X
    Categories: Consultancy

Freelance หรือบริษัทดี?

เป็นคำถามที่ผมเองพบบ่อยจากเพื่อนๆ หรือคนรู้จัก การว่าจ้างบริษัทหรือ freelance นั้นก็มีข้อดี ข้อเสีย ตามมุมมองของเจ้าของเงินต่างกันไป ผมขอยกตัวอย่างง่ายๆต่อไปนี้

Freelance:

1. ราคาถูกกว่าหลายเท่า – หากคุณโชคดี คุณอาจพบ freelance ที่กลางวันทำงานเป็น designer/programmer มือดีของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง พอฟ้ามืด เค้าก็ผันตัวเองเป็น freelancer รับงานจ้างจากผู้ว่าจ้างทั่วไป กรณีนี้รับรองได้ คุณจะได้งานระดับบริษัทหรือ agency แต่ราคาต่ำกว่ามากๆ ตั้งแต่ 50% – 80%

2. ตามงานได้ แม้เป็นวันหยุด หรือนอกเวลาทำการ – ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็น freelance full-time หรือ part-time แบบข้อ 1 ส่วนใหญ่ก็จะทำงานในเวลาที่นอกเหนือเวลาทำการทั่วไปอยู่แล้ว หากคุณต้องการจะแก้งานในบ่ายวันอาทิตย์ คุณก็จะสามารถโทรหรืออีเมลตามได้ (ส่วนใหญ่) ไม่เหมือนกับเวลาจ้างบริษัท ที่คุณต้องรอ วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาทำการ จึงจะมีคนรอรับโทรศัพท์หรือตอบอีเมล

3. คุยตรงกับคนทำ – (ถ้าคุณโชคดีอีกเช่นกัน เจอคนที่ไม่มี ego สูง) คุณก็จะได้ขอแก้ design/program โดยตรงกับคนทำ ไม่ต้องผ่าน AE/AM/PM แบบบริษัท อยากเปลี่ยนมากเปลี่ยนน้อย คุยกันเลย เพิ่มเงินเท่าไหร่ หรือทำแถมให้ฟรี ขึ้นอยู่กับความสามารถในการต่อรองของคุณ

Company:

1. มี office เป็นหลักแหล่ง – เมื่อคุณว่าจ้างบริษัท น้อยนักที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้: โทรไปไม่รับเลยทั้งวัน ปิดโทรศัพท์หนี รับเงินไปแล้วหาย ตามตัวไม่ได้ หายไปเฉยๆ – เพราะบริษัท ถึงจะให้แย่ขนาดไหน การปิดบริษัทหนีคุณมันทำยากกว่า freelance (นอกจากว่า คุณเจอบริษัทยอดแย่จริงๆ บังเอิญคุณไปว่าจ้างตอนเค้ากำลังจะปิดตัวพอดี อันนี้ผมเคยเจอกับตัว) คุณจะสบายใจได้ มากกว่าจ้าง freelance ที่ไม่แน่ใจว่าเค้าจะหนีไปอยู่ต่างจังหวัดหรือไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วทิ้งงานคุณเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ต้องเลือกบริษัทดีๆแบบที่เคยเขียนไว้ในหัวข้อที่แล้ว หามา 3 เจ้าแล้วพูดคุย เปรียบเทียบดู ลองดูผลงานและสืบว่าเค้าเปิดมานานแค่ไหนแล้ว

2. มีทีมดูแลงานของคุณ – เช่นกัน ถ้าได้บริษัทที่ดีจริงๆ คุณจะมีทั้ง Account Executive (AE) พร้อม Project Manager (PM) หรือ project coordinator คอยดูแลประสานงาน project ของคุณ มีทีม designer, programmer ทำงานให้คุณ เกิดวันใดวันหนึ่ง designer ที่ทำ project ของคุณป่วย หรือลาออก มันเป็นหน้าที่ของบริษัทที่คุณว่าจ้าง ต้องหาทีมงานใหม่มาดูแลคุณต่อ เพื่อบริษัทเองจะได้ปิดงานและเก็บเงินคุณได้ ร้อยทั้งร้อยไม่มีบริษัทไหนหรอกที่ไม่อยากปิดงานเร็วๆและรับเงินเพื่อมาหมุนต่อไป

3. บริการหลังการขาย – เว็บไซด์ต่างจากสื่ออื่นๆ คือเมื่องานจบแล้ว ขึ้น online แล้ว มันยังสามารถมีปัญหาภายหลังได้ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่อง technology เช่น ระบบ CMS มี bug หรือการแสดงผลมี error การเชื่อมต่อกับ database หรือ hosting มีปัญหา ซึ่งหากตอนขึ้นเว็บใหม่ๆคุณไม่พบปัญหาพวกนี้ แต่พบหลังจากนั้น 3-4 เดือน หรือนานกว่านั้น ทางบริษัท(ที่ดี)ควรต้องช่วยดูปัญหา แก้ไข หรือช่วยประสานงานเบื้องต้นกับ hosting เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น (โดยปกติหากเป็น bug ของเว็บไซด์เอง บริษัทควรจะต้องดูแลให้ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าปัญหาเกิดจาก hosting ที่เจ้าอื่นดูแล หรือจากการใช้งานผิดประเภทของ user เวลาแก้ไขอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้) ในขณะที่ freelance ส่วนใหญ่ designer จะว่าจ้าง programmer ทำในส่วนระบบต่างๆให้ ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหา อาจจะต้องตามกันหลายทอดหรือนานหน่อย

Narongyod Mahittivanicha: ณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา Managing Partner & Head of Growth - TWF Agency
Related Post