X

ทิชชูที่เราหยิบใช้ทุกวัน ทำไมต้องมีกลยุทธ์ในการสร้างยอดขาย?

พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการตัดสินใจซื้อที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขอนามัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเรียกว่านับตั้งแต่สถานการณ์โควิดเกิดขึ้น ที่เห็นได้ชัดคือการเลือกใช้กระดาษทิชชูที่มีความจำเป็นมากขึ้น จากแต่ก่อนที่เราอาจะใช้ในการทำความสะอาดในห้องน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ปัจจุบันใช้ทำความสะอาดทั่วไป ทั้งการเช็ดหน้า เช็ดมือ และพกพาเพื่อใช้ทำความสะอาดได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ผลิตสินค้าที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างเฉพาะเจาะจงในสถานการณ์ต่าง ๆ

เมื่อความต้องการใช้กระดาษทิชชูในสถานการณ์ต่าง ๆ มีมากขึ้น แต่ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยผู้บริโภคยิ่งมองหาความคุ้มค่าและยังต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ อีกทั้งช่องทางการซื้อสินค้าต้องสะดวกและเข้าถึงได้ง่ายโดยเฉพาะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จากพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่าการสร้างสรรค์โฆษณาบนโซเชียลมีเดียเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจในสินค้า และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อในการเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์มีความสำคัญมากขึ้น บทความนี้เราจะพาไปดูโฆษณาและโปรโมชันของกระดาษทิชชูในไทยของแต่ละแบรนด์ พร้อมสาธิตการใช้ AI ในการวิเคราะห์ว่ากลยุทธ์แบบไหนเวิร์กสุด

  1. ส่องแคมเปญกระดาษทิชชูจากแบรนด์ดัง ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบไหน?
  2. ทดลองใช้ AI วิเคราะห์แคมเปญโฆษณากระดาษทิชชู

ส่องแคมเปญกระดาษทิชชูจากแบรนด์ดัง ใช้กลยุทธ์การสื่อสารแบบไหน?

จากพฤติกรรมของผู้บริโภคกระดาษทิชชูในไทยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องเฟ้นหากลยุทธ์ในการพิชิตใจผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้า และเพื่อให้เห็นภาพรวมถึงสร้างความเข้าใจมากขึ้น เราจะมาดูกันว่าแต่ละแบรนด์กระดาษทิชชูในไทยมีกลยุทธ์เด็ดในการสื่อสารและโปรโมตสินค้าอย่างไร ให้เข้าถึงผู้บริโภค รวมถึงมีแคมเปญไหนบ้างที่น่าสนใจในช่วงที่ผ่านมา

Scott x Butter Bear : Collaboration สุดน่ารัก

ขอบคุณภาพจาก Scott Towels Thailand

Scott Thailand ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์กระดาษทิชชูในใจ (Top of Mind) ใครหลาย ๆ คน โดยที่ผ่านมาแบรนด์ได้หยิบกลยุทธ์ Collaboration Marketing เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการร่วมมือกันกับ Butter Bear หรือน้องหมีเนย ผู้มีกระแสในโซเชียลด้วยคาแรกเตอร์สุดแสนน่ารัก น่าเอ็นดู โดยครั้งนี้ทางแบรนด์ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สก๊อตต์ กระดาษอเนกประสงค์ ลายน้องเนย ขนาดพกพา เป็นการเพิ่ม Awareness ให้กับแบรนด์ได้อย่างมาก

ขอบคุณภาพจาก Scott Thailand
ขอบคุณภาพจาก Scott Thailand

ในการโปรโมตของแบรนด์เน้นการสื่อสารในรูปแบบวิดีโอที่ผนวกจุดเด่นของสินค้าอย่าง ความรู้สึกนุ่ม สะอาด สบายและความสนุกสนานที่เข้าถึงได้จากน้องหมีเนยผ่านการเชิญชวนมาเต้นเพลงสก๊อตต์ เพื่อลุ้นรับบัตรเข้างาน Buttery World ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำ Music Marketing ในการกระจายการเข้าถึงแคมเปญ และ Top Spender Marketing (Scott Comfort Clean) ในการกระตุ้นยอดขายผ่านการซื้อใน Shopee และ Lazada เพื่อลุ้นรับบัตรเข้างาน Buttery World เช่นเดียวกัน

ทำให้เห็นว่าแบรนด์ Scott มีความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ จึงมีการใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Collaboration Marketing, Music Marketing และ Top Spender  ที่ได้ทั้งการสร้างการรับรู้ ขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ และกระตุ้นยอดขาย ซึ่งผสานเข้ากับคาแรกเตอร์อย่างน้องหมีเนยได้แบบลงตัว

Kleenex x LingOrm : Friend of Brand เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม

ขอบคุณภาพจาก Kleenex Thailand

การใช้ Friend of brand มาเป็นกลยุทธ์ในการทำการตลาดของ Kleenex ถือว่าช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับตัวสินค้าได้มากขึ้น ด้วยการใช้ หลิง-ออม (หลิงหลิง ควอง และ ออม กรณ์นภัส) ที่โด่งดังมาจากซีรีส์ และยังมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก มาเป็น Friend of brand ของสินค้า Kleenex Oil Control และ Acne Comfort ซึ่งหลิง-ออมเหมือนเป็นตัวแทนของผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มที่มีผิวมันและผิวแพ้ง่าย ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์ออกแบบสินค้ามาเพื่อตนเอง

แคมเปญโฆษณาสื่อสารผ่านวิดีโอเป็นหลัก โดยเนื้อหาของวิดีโอนอกจากบอกถึงคุณสมบัติของสินค้า ยังมีสถานการณ์ต่าง ๆ (Storytelling) ที่สื่อสารผ่านการใช้สินค้าในไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจการสื่อสารได้ง่าย อีกทั้งทำให้สามารถนำไปต่อยอดการโปรโมตได้หลายช่องทาง และหลายรูปแบบ

นอกจากนี้แบรนด์มีกิจกรรมบนโซเชียลมีเดียที่ปกติเป็นการเน้นสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค (Engagement) แต่ครั้งนี้มีการใช้โฆษณาในการเพิ่ม Traffic ไปยัง E-Commerce และยังสามารถมาร่วมกิจกรรมได้ด้วย ผ่านการใช้ Material ที่มีหลิง-ออม มาเป็นจุดดึงดูดความสนใจ ให้คนร่วมกิจกรรมและกระตุ้นยอดขายบน E-Commerce ไปพร้อมกัน

สรุปได้ว่าแบรนด์ Kleenex มีการใช้กลยุทธ์ทั้ง Friend of brand marketing และ Creative Marketing ในการสร้างสรรค์เนื้อหาแคมเปญโฆษณาให้น่าสนใจ และนำไปต่อยอดโฆษณาได้หลายรูปแบบ

Cellox x Mascot : มัดใจผู้บริโภคด้วยกล่องจุ่ม

ขอบคุณภาพจาก Cellox Thailand

การเลือกใช้ Mascot น้องหมีมาเป็นตัวชูโรงให้กับแบรนด์ Cellox ในการสื่อสารการตลาดทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่ง Mascot เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้เกิดการจดจำแบรนด์ และดูเข้าถึงง่าย เพราะเป็นสิ่งหนึ่งช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจใน Brand Personality และช่วยในการสร้าง Visual ของการสื่อสารเพื่อเข้าใจผู้บริโภค

ขอบคุณภาพจาก Cellox Thailand

จากที่กล่าวไปว่ามีการสื่อสารทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ คือในทางออฟไลน์เป็นการจัดโปรโมชันร่วมกับร้านค้าต่าง ๆ โดยใช้กล่องจุ่ม (Blind Box) มาเป็นจุดขายและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ส่วนทางออนไลน์ใช้กลยุทธ์ด้านราคามากระตุ้นความสนใจ อย่างการให้ราคาพิเศษเพื่อตอบโจทย์กับผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่า และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าผ่าน E-Commerce ได้มากขึ้น

จึงสรุปได้ว่า Cellox มัดใจผู้บริโภคด้วย Mascot ในการสร้าง Identity ให้กับแบรนด์ และยังใช้กลยุทธ์ Gift with purchase (GWP) มาดึงดูดความสนใจด้วยกล่องจุ่ม ซึ่งเป็นการสร้าง Brand Recall และ Engagement ให้กับแบรนด์ไปพร้อมกัน

Paseo Tissue x Baifern : Presenter ตัวแทนแห่งความ Luxury

ขอบคุณภาพจาก Paseo Thailand

Presenter คนแรกของแบรนด์ Paseo Tissue ภายใต้แนวคิด ‘Ultimate Luxury’ คือ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก นักแสดงสาวชื่อดังที่มีความสามารถล้นหลาม ซึ่งเป็นตัวแทนความหรูหรา และทันสมัย เพื่อให้สอดคล้องกับสินค้าที่ต้องการสื่อสารถึงการได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากแบรนด์ อีกหนึ่งสิ่งที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ ความใส่ใจของแบรนด์ และสร้างความมั่นใจโดยเฉพาะผู้บริโภคที่มองหาสินค้าที่มีคุณภาพดี ใส่ใจในรายละเอียด คือสินค้าที่ผลิตจากเยื่อไม้บริสุทธิ์ 100% ทำให้สิ่งนี้เป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น

นอกจากการมี Presenter ที่ใช้ในการสื่อสารของแบรนด์แล้ว ทางแบรนด์เองยังคงเน้นโปรโมชันในช่วง Double Date บนแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง Shopee และ Lazada ซึ่งเป็นโอกาสที่ทางแบรนด์จะได้ยอดขายเพิ่มขึ้น

สรุปได้ว่าแบรนด์ Paseo Tissue มีการใช้กลยุทธ์ในการใช้ Presenter ที่สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ และยังตอกย้ำแบรนด์ด้วยคุณภาพของสินค้าที่แบรนด์มีความใส่ใจให้กับผู้บริโภค ส่งผลต่อ Brand Image ที่ดี นอกจากนี้ยังใช้โปรโมชันมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขาย โดยเฉพาะช่วง Double Date Promotion

ทดลองใช้ AI วิเคราะห์แคมเปญโฆษณากระดาษทิชชู

ขอบคุณภาพจาก https://www.adcreative.ai/creative-scoring

จากที่กล่าวมาทำให้เห็นว่าแบรนด์ทิชชูในไทยแต่ละแบรนด์มีการเลือกใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย ทำให้อยากรู้ลึกเข้าไปอีกว่าแล้วสิ่งที่แต่ละแบรนด์สื่อสารในการโปรโมตแคมเปญไปนั้นในมุมมองของ AI มองเป็นอย่างไร โดยหนึ่งในแพลตฟอร์มที่เราจะนำมาใช้ทดลองวิเคราะห์แคมเปญโฆษณาของแบรนด์ทิชชูคือ AdCreative.ai ที่จะมาช่วยให้นักการตลาดวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโฆษณาก่อนที่นำไปใช้จริงและยังช่วยให้แบรนด์นำไปปรับปรุงกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความสนใจของผู้บริโภคได้มากขึ้น
โดย AdCreative.ai มีการวิเคราะห์ในลักษณะการคาดการณ์ล่วงหน้าก่อนนำไปใช้จริง ผ่านการวิเคราะห์โฆษณาด้วยเทคโนโลยี AI 4 ขั้นตอน คือ

  1. Ad Object Detective AITM : การตรวจและระบุองค์ประกอบหลักในภาพ เช่น โลโก้, สินค้า หรือข้อความ
  2. Ad Saliency AITM : วิเคราะห์ว่าผู้ชมจะสนใจส่วนไหนของชิ้นงานโฆษณา
  3. Scoring your creatives based on the selected goal : ให้คะแนนโฆษณาตาม Objective ที่เลือกไว้
  4. AdLLMTM : ใช้โมเดลภาษาขั้นสูง (LLM) เพื่อสรุปผล วิเคราะห์ และเสนอคำแนะนำที่นำไปใช้จริง

นอกจากนี้ระบบจะทำการสรุปผลการให้คะแนนในแต่ละส่วน และแสดง Heatmap ว่าส่วนใดที่มีแนวโน้มการคลิกหรือแตะดูภาพ (ยิ่งสีแดงเข้มยิ่งมีแนวโน้มคลิกหรือแตะดูภาพสูง)
เราได้ทำการทดลองเลือกโฆษณาในลักษณะการโปรโมตสินค้าแล้วนำมาวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือ AdCreative.ai ในฟีเจอร์ Predict ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  1. Ad Type : Static Ads
  2. Ad Platform : Meta
  3. Ad Objective : Conversion
  4. Ad Creative :  โฆษณาตามภาพด้านล่างของแต่ละแบรนด์

ตัวอย่างโฆษณาจาก Facebook Page : Scott Towels Thailand

ขอบคุณภาพจาก Scott Towels Thailand
ขอบคุณภาพจาก Kleenex Thailand
ขอบคุณภาพจาก Cellox Thailand
ขอบคุณภาพจาก Paseo Thailand

ผลลัพธ์ที่ทางเครื่องมือ AdCreative.ai วิเคราะห์โฆษณาของ Kleenex Thailand

หมายเหตุ : ระบบ AI ที่ให้คะแนน (Creative Scoring AI) ทำการวิเคราะห์ใหม่ทุกครั้งที่มีการสแกน อาจส่งผลให้คะแนนหรือคำแนะนำแตกต่างกันในแต่ละครั้ง

ผลสรุปการวิเคราะห์ภาพ ‘สัมผัสมั่นใจขนาดนี้ เป็นของ “หลิงออม”’ มีการสรุปคะแนนอยู่ที่ 61% และแสดงคำแนะนำเพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ควรเพิ่มปุ่ม Call-to-Action (CTA) จะช่วยเพิ่มคะแนนได้ถึง 8 คะแนน เนื่องจากทำให้เห็นได้ง่าย ช่วยเพิ่มอัตราการคลิก Landing Page ถึง 18%

ผลลัพธ์ที่ทางเครื่องมือ AdCreative.ai วิเคราะห์โฆษณาของ Paseo Thailand

หมายเหตุ : ระบบ AI ที่ให้คะแนน (Creative Scoring AI) ทำการวิเคราะห์ใหม่ทุกครั้งที่มีการสแกน อาจส่งผลให้คะแนนหรือคำแนะนำแตกต่างกันในแต่ละครั้ง

ผลสรุปการวิเคราะห์ภาพ ‘เคล็ดลับหน้าเด็ก’ มีการสรุปคะแนนอยู่ที่ 50% และแสดงคำแนะนำเพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้นนอกจากเรื่องการเพิ่มปุ่ม Call-to-Action (CTA) ยังมีเรื่องของ การเน้น Headline ที่ชัดเจนและโดดเด่น ช่วยเพิ่มคะแนนได้ถึง 7 คะแนน และเพิ่มอัตราการคลิก (Conversion) ได้ถึง 14% เนื่องจากช่วยให้คนหยุดดูโฆษณา

ผลลัพธ์ที่ทางเครื่องมือ AdCreative.ai วิเคราะห์โฆษณาของ Scott Towels Thailand

หมายเหตุ : ระบบ AI ที่ให้คะแนน (Creative Scoring AI) ทำการวิเคราะห์ใหม่ทุกครั้งที่มีการสแกน อาจส่งผลให้คะแนนหรือคำแนะนำแตกต่างกันในแต่ละครั้ง

ผลสรุปการวิเคราะห์ภาพ ‘แม่เหนื่อยน้อยลง…เพราะมี ตัวช่วยรับจบทุกงานครัว’ มีการสรุปคะแนนอยู่ที่ 48% และแสดงคำแนะนำเพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การออกแบบโฆษณาให้เหมาะกับการแสดงผลบนมือถือ ช่วยเพิ่มคะแนนได้ถึง 12 คะแนน ซึ่งช่วยด้าน Performance ถึง 22% เนื่องจากผู้ใช้งาน Facebook/Instagram ส่วนใหญ่ใช้งานบนมือถือ หากข้อความมากเกินไปอาจส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งานได้

ผลลัพธ์ที่ทางเครื่องมือ AdCreative.ai วิเคราะห์โฆษณาของ Cellox Thailand

หมายเหตุ : ระบบ AI ที่ให้คะแนน (Creative Scoring AI) ทำการวิเคราะห์ใหม่ทุกครั้งที่มีการสแกน อาจส่งผลให้คะแนนหรือคำแนะนำแตกต่างกันในแต่ละครั้ง

ผลสรุปการวิเคราะห์ภาพ ‘แห้งไว สะอาด เพราะใช้ เซลล็อกซ์ พรีเมียม หนา 3 ชั้น เอาอยู่’ มีการสรุปคะแนนอยู่ที่ 40% และแสดงคำแนะนำเพื่อให้ได้คะแนนมากขึ้น นอกจาก การออกแบบโฆษณาให้เหมาะกับการแสดงผลบนมือถือ และการเพิ่มปุ่ม Call-to-Action (CTA) ยังแนะนำเรื่องการใส่ภาพหน้าคนหรือการ์ตูนคาแรกเตอร์ ช่วยเพิ่มคะแนนได้ถึง 8 คะแนน และเพิ่มอัตราการคลิก (Conversion) ได้ถึง 17% ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาได้รวดเร็ว ถึงแม้ในภาพจะมีการใส่การ์ตูนคาแรกเตอร์น้องหมีลงไปแล้ว เป็นไปได้ว่าระบบอาจไม่เข้าใจบริบททั้งหมดของภาพ เราอาจต้องตรวจสอบว่าอยู่ในตำแหน่งที่ชัดเจนพอไหม ดึงดูดสายตาไหม ไม่จำเป็นต้องปรับตามเสมอไป อาจลองไปดูข้อแนะนำอื่น ๆ เพิ่มเติม
จากการวิเคราะห์ของเครื่องมือ AdCreative.ai ทั้งหมดที่ได้ยกตัวอย่างไป ต้องคำนึงไว้ว่า แม้ AI จะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มและให้คำแนะนำในการปรับปรุงโฆษณา แต่ AI เป็นเพียงเครื่องมือในการสนับสนุนการตัดสินใจ ไม่ใช่สูตรสำเร็จตายตัว ดังนั้นเราควรเลือกนำไปใช้ตามความเหมาะสมกับแคมเปญโฆษณา

ปรับปรุงกลยุทธ์โฆษณาผ่านการขับเคลื่อนด้วย AI

จากการสำรวจและวิเคราะห์แบรนด์กระดาษทิชชูในไทยทั้ง Scott Thailand, Kleenex Thailand, Cellox Thailand และ Paseo Thailand ทำให้เห็นการใช้กลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Presenter/Friend of brand, Mascot/Blind Box รวมไปถึงโปรโมชันต่าง ๆ มาเป็นส่วนที่ช่วยเพิ่มยอดขายผ่าน E-Commerce Platform การที่เราเข้าใจ Insight ของผู้บริโภคย่อมเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์แคมเปญโฆษณาให้น่าสนใจ และที่น่าสนใจอย่างการนำ AI จากเครื่องมือ AdCreative.ai ทำให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์ก่อนนำไปใช้จริง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้มากขึ้น
หากคุณกำลังมองหาทีมที่ช่วยในการออกแบบ และช่วยวางแผนกลยุทธ์แคมเปญโฆษณา  ให้เราช่วยคุณสร้างสรรค์แคมเปญโฆษณาเพื่อตอบโจทย์ยอดขายของแบรนด์คุณให้มีประสิทธิภาพ สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/4liugTg หรือติดต่อได้ที่  https://bit.ly/4loOlrl

Pornnaree Saiophas: Data Analytics, Social Media Specialist | TWF Agency
Related Post